ปวดบริเวณน่อง ไม่ใช่โรคข้อเข่าเสื่อม

แพทย์เผยอาการปวดบริเวณน่อง เป็นการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขา ไม่ใช่ข้อเข่าเสื่อม พบได้บ่อยในนักกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล นักวิ่ง นักเต้น เหตุจากใช้กล้ามเนื้อมากเกินไปทำให้บางส่วนฉีกขาดและอักเสบ นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า อาการปวดบริเวณน่อง คนทั่วไปมักเข้าใจว่าเป็นอาการของโรคข้อเข่าเสื่อม แต่แท้จริงแล้วเป็นการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาบริเวณใกล้น่อง

ซึ่งเกิดจากการใช้งานของกล้ามเนื้อมากเกินไป ทำให้อักเสบ เช่น การวิ่งเร็วหรือการวิ่งเร็วสลับกับหยุดวิ่งแบบฉับพลันอย่างต่อเนื่อง การเล่นกีฬาประเภทวิ่งหรือกระโดด ซึ่งพบได้ทั่วไปโดยเฉพาะนักวิ่ง นักกีฬา นักเต้น โดยพฤติกรรมดังกล่าวทำให้กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังถูกฉีกกระชาก จนกล้ามเนื้อบางส่วนฉีกขาดและเกิดการอักเสบขึ้น รวมถึงการนั่งทำงานเป็นเวลานาน เพราะกล้ามเนื้อต้องอยู่ในท่าที่หดเกร็งโดยไม่ขยับเขยื้อนนานจนกล้ามเนื้อตึง ทำให้เกิดการแพลงหรืออักเสบได้ง่าย ซึ่งระดับความรุนแรงจากการอักเสบแบ่งเป็นระดับเล็กน้อยและหายได้จนถึงกล้ามเนื้อฉีกขาดทั้งหมดและใช้เวลานานในการรักษา สำหรับอาการที่พบจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาคือ ปวดแปลบที่กล้ามเนื้อต้นขาแบบเฉียบพลัน บวมในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรกหลังได้รับบาดเจ็บ ฟกช้ำหรือมีสีผิดปกติที่ขาด้านหลังใต้หัวเข่าในช่วง 2-3 วันแรกและกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาอ่อนแรงนานเป็นสัปดาห์ ซึ่งจะต่างจากโรคข้อเข่าเสื่อมที่มีอาการข้อเข่าฝืด ตึง ปวดบริเวณข้อและมีเสียงในข้อเข่าเวลาขยับเคลื่อนไหว เนื่องจากการสึกหรอของข้อต่อภายหลังการใช้งานมานานและอายุที่มากขึ้น นายแพทย์สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กล่าวว่า การรักษาผู้ที่มีอาการปวดบริเวณน่อง เพื่อซ่อมแซมการฉีกขาดภายในกล้ามเนื้อ ทั้งนี้แพทย์ที่ทำการรักษาอาจจำเป็นต้องเอกซเรย์หรือเอ็มอาร์ไอ เพื่อดูระดับความรุนแรงและตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่ฉีกขาด สำหรับวางแผนในการรักษาได้ถูกต้อง การรักษาผู้ที่มีอาการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 วิธี วิธีแรกคือ การรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยหยุดกิจกรรมที่ทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth